10 เรื่องที่ต้องรู้ เกี่ยวกับการเตรียวตัวก่อนเรียนปีนหน้าผา

อีกหนึ่งกิจกรรมที่สนใจและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือการปีนหน้าผา แต่ก่อนอาจจะมีเฉพาะชาวต่างชาติที่สนใจการออกกำลังกายแบบแอดแวนเจอร์แบบนี้ และใช้สถานที่ของบ้านเราเป็นแหล่งฝึกมือ สถานที่ยอดฮิตก็อย่างเช่นหาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ ที่ต้อนรับนักปีนผาจากทั่วโลก และเมื่อเป็นกระแสอย่างช้าๆ การปีนผาจึงกลายเป็นอีกรูปแบบการออกกำลังกายที่หลายคนอยากเข้าไปลิ้มลอง เพราะนอกจากสารอดรีนาลีนที่หลั่งออกมาจากแต่ละย่างก้าว การปีนผายังเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่มีส่วนช่วยพัฒนากล้ามเนื้อส่วนบนไปในคราวเดียวกัน และยังเป็นทางเลือกที่ดีในการเสริมสร้างระบบการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพ เราจะพาไปเรียนรู้ 10 เรื่องเบื้องต้นที่นักปีนหน้าผามือสมัครเล่นควรรู้ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่านี่คือข้อมูลเบื้องต้น หากคิดจะลองในศาสตร์นี้จริงๆ ไปสตูดิโอที่สอนการปีนหน้าผาแบบจริงจัง และปรึกษาครูฝึก นั่นคือหนทางแรกสู่การเปิดโลกอีกใบให้กับคุณ

เรียนรู้เชือกแต่ละรูปแบบ
เชือก เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญในการปีนหน้าผา การเรียนรู้เกี่ยวกับเชือก รู้วิธีการผูกมัด เป็นพื้นฐานที่คุณควรต้องศึกษาและต้องได้รับใบอนุญาติ

เลือกรูปแบบการปีนหน้าผาที่ใช่คุณที่สุด
การปีนหน้าผามีรูปแบบที่หลากหลาย ลองเล่นทุกๆ แบบ เพื่อดูว่าคุณชอบและเหมาะกับรูปแบบไหน Top-roping หรือ rope climbing ดูจะเหมาะสำหรับมือใหม่ เพื่อให้คุณได้สำรวจระยะทางบนหน้าผาโดยจะใช้ผู้ช่วยส่งเชือก หรือจะใช้เครื่องส่งเชือกแบบอัตโนมิติก็ได้ ในคนที่กลัวความสูง อาจจะลองรูปแบบการปีนที่ระยะสั้นกว่าโดยไม่ใช้เชือก แต่เป็นการปีนผ่านหินที่มีขนาดใหญ่กว่า และเมื่อออกสู่สนามจริงเลือกรูปแบบการปีนที่เข้ากับประสบการณ์ของคุณมากที่สุดทั้ง Sport Climbing และ Trad Climbing สำหรับมือโปร

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
เหมือนการออกกำลังกายประเภทอื่น การเตรียมอุปกรณ์สำหรับปีนหน้าผาให้พร้อมเป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นที่ควรใส่ใจ ควรเลือกรองเท้าที่บางเบาเพื่อให้รับรู้ถึงสัมผัสเมื่อคุณก้าวไปบนจุดยึดเกาะบนหน้าผา ไม่ต้องใส่ถุงเท้าหากเป็นรองเท้าส่วนตัวของคุณเอง หรือใส่เพียงถุงเท้าบางๆ เมื่อคุณเช่าในสตูดิโอ หากเป็นการปีนผ่านหินก้อนกลมควรใช้ถุงผงชอล์คเพื่อป้องกันมือลื่น และสำหรับการปีนแบบ top-roping สิ่งสำคัญคือเชือกควบคุม เชือกนำ ถุงผงชอล์ค ตะขอเกี่ยว และอุปกรณ์ยึดเกาะแบบต่างๆ

เลือกเส้นทางการปีน สำหรับการปีนแบบ Top-Roping นั้น จะเริ่มด้วยหมายเลข 5 ตามด้วยจุดทศนิยมและตัวเลขที่ตามมาด้านหลังนั้นแทนระดับความยากง่ายในการปีน เช่นระดับ 5.5 , 5.6 เป็นระดับของผู้เริ่มต้น และเมื่อตัวเลขหลังจุดทศนิยมน้อยลงอย่าง 5.12 ก็แสดงถึงระดับความยากของการปีน ส่วนการปีนแบบ Bouldering จะให้เรท V โดยเริ่มต้นที่ V0 แรกที่คุณเริ่มปีนหน้าผานั้นต้องเริ่มด้วยสองมือที่จับไปที่หลุมหรือรูบนหน้าผา โดยสองขาก็ต้องพ้นจากพื้นมาเช่นเดียวกัน จากนั้นจึงค่อยๆ ปีนตามเส้นทางที่บ่งบอกเป็นสีเดียวกันบนผนัง บางเส้นทางอาจจะไม่มีหลุมให้วางเท้าเมื่อเริ่มต้น ซึ่งเริ่มง่ายๆ เพียงการยันเท้าข้างหนึ่งบนผนังเท่านั้น

ให้ความสำคัญกับลำตัวแกนกลาง ดูเหมือนว่าการปีนหน้าผานั้นจะต้องให้ความสำคัญกับกล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกาย แต่ที่จริงแล้วลำตัวแกนกลางนั้นก็มีความสำคัญมากที่สุด ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างยิมนาสติก โยคะ พิลาทีส มาก่อนจะทำให้การเริ่มต้นการปีนหน้าผานั้นไปได้สวย ส่วนร่างกายส่วนอื่นๆ ที่ต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เช่นความแข็งแรงของนิ้วมือ มือ และร่างกายส่วนบนอย่างแขน หัวไหล่ และแผ่นหลัง

รักษาแขนให้ตรงตลอดเวลา นึกถึงช่วงเวลาการหิ้วถุงจากซุปเปอร์มาเก็ตหนักๆ คุณต้องยืดแขนให้ตรงใช่หรือไม่? การงอแขนนั้นจะยิ่งทำให้แขนของคุณอ่อนล้ามากขึ้น เช่นเดียวกับการปีนหน้าผา การทำให้แขนเหยียดตรงตลอดเวลาจะทำให้การปีนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันการงอขาไปด้วยก็จะยิ่งเป็นแรงส่งให้คุณปีนได้ง่ายขึ้นจากการใช้ลำตัวส่วนล่างประกอบกัน

รู้จักศัพท์ในการสื่อสาร การปีนหน้าผา สิ่งสำคัญคือการสื่อสาร โดยเฉพาะเมื่อคุณมีพาร์ทเนอร์ที่ทำการ belay ให้กับคุณอยู่เบื้องล่าง เพราะเมื่อสื่อภาษากันเข้าใจก็จะยิ่งทำให้คุณปีนได้ดี ปีนได้ไกลถึงจุดหมาย และลดความเสี่ยงต่อการปีนพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้

กระโดดลงจากผาอย่างปลอดภัย แรกๆ ที่กระโดดลงจากหน้าผาเมื่อปีนเสร็จแล้วนั้นอาจจะดูเป็นเรื่องน่าหวาดเสียว แต่หากฝึกบ่อยๆ ท่าลงจะเป็นท่าที่คุณชื่นชอบ เทคนิคคือเมื่อคุณพร้อมจะลงจากหน้าผา ให้สัญญาณกับพาร์ทเนอร์ที่ทำ belay ให้กับคุณว่า ‘lower’ เหยียดแขนให้สุด ให้เท้าทั้งสองยันหน้าผาเอาไว้ แล้วค่อยๆ ปล่อยมือโดยตั้งใจว่าขาทั้งสองต้องลงพื้นก่อน ซึ่งท่านี้จะลดอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าได้

วางแผนการปีน มันเป็นไอเดียที่ชาญฉลาดมากหากคุณแหงนมองไปบนหน้าผาแล้ววางแผนการปีนก่อนการขึ้นปีนจริง การลองเลียนแบบการวางมือก่อนการปีนจริงจะทำให้คุณมีประสบการณ์มากขึ้นก่อนการปีนจริง หรือการสังเกตุว่าหลุมไหนมีร่องรอยของชอล์คหรือรอยเท้าของนักปีนคนก่อนอยู่ นั่นก็เป็นอีกเทคนิคที่ทำให้คุณวางแผนการปีนได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น

เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อออกปีนกลางแจ้ง การปีนหน้าผาในสตูดิโอกับการปีนหน้าผาจริงกลางแจ้งนั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เกรดที่ได้รับจากการฝึกจะมีคุณค่ามากเมื่อใช้กับการปีนกลางแจ้ง เพื่อเป็นเครื่องการันตีชั่วโมงบิน การปีนกลางแจ้งแตกต่างกับการปีนในร่มทั้งสภาพอากาศและหลุมจับธรรมชาติที่คุณคาดไม่ถึง เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งตัวเองและการสื่อสารกับพาร์ทเนอร์จะยิ่งทำให้การออกไปปีนกลางแจ้งของคุณสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

ทั้ง 10 ข้อที่กล่าวไปเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นสำหรับคนที่สนใจอยากจะเริ่มปีนหน้าผา หากอยากเรียนรู้เพิ่มเติมแบบเจาะลึกพร้อมทั้งได้ลงปีนหน้าผาจริงๆ การฝึกในสตูดิโอที่ได้มาตรฐานพร้อมครูฝึกที่ผ่านการเทรนด์มาเป็นอย่างดี ก็เป็นทางเลือกที่นักปีนผาหน้าใหม่ทั้งหลายควรให้ความสำคัญ เลือกสตูดิโอปีนหน้าผาที่ใช่จะทำให้คุณสนุกและท้าทายกับกิจกรรมนี้มากยิ่งขึ้น